เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทางคนเดียว

1. บอกโลกไว้ว่าเราจะไปไหน

ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ฉันจะอีเมลตั๋วเครื่องบิน ที่พักที่จองไว้ และแผนการเที่ยวคร่าวๆไปให้คุณพ่อ อันนี้จำเป็นมาก เพราะเผื่อเกิดอะไรขึ้นกับเรา หรือเราขาดการติดต่อไป ทางบ้านจะได้รู้ว่าควรจะเริ่มตามหาเราจากมุมไหนของโลก

 

2. คิดถึงรอบเดือน…

หลายๆคนอาจจะลืมเรื่องนี้ไป แต่ฉันว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และส่งผลมากต่อการทำกิจกรรมในช่วงเวลาที่ว่า ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างไร แต่เวลาฉันมีรอบเดือน ฉันจะปวดท้องมากเป็นพิเศษ ดังนั้นเวลาฉันวางแผนการเที่ยว ฉันจะพยายามหลีกเลี่ยงช่วงที่จะมีรอบเดือน แต่ถ้าทริปไหนหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ฉันก็จะพยายามจัดให้ช่วงนั้นๆไม่มีการเดินป่าหรือทำกิจกรรมโลดโผนใดๆ

 

3. การจองตั๋วเครื่องบิน ซื้อตั๋วรถบัส รถไฟ

จะซื้อยังไงก็ได้ ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ เวลาที่ไปถึงจุดหมายควรจะต้องเป็นเวลาที่มีแสงแดดอยู่ ทำไมล่ะ?

ก็เพราะมันง่ายและปลอดภัยกว่า รถไฟใต้ดิน รถประจำทางทุกอย่างยังเปิดให้บริการ คนยังเดินพลุกพล่าน มีร้านค้าให้เราเข้าไปถามทางได้

แต่ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆและต้องเดินทางไปถึงตอนกลางคืน ฉันก็จะติดต่อกับที่พักไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เขามารับ หรือไม่ก็ให้เขาโทรเรียกแท๊กซี่มาให้ ฉันไม่ค่อยเสี่ยงขึ้นแท็กซี่พเนจรเท่าไหร่ ยิ่งอยู่ต่างถิ่นและเดินทางคนเดียวด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ วิธีนี้อาจจะแพงนิดหน่อยแต่ปลอดภัยกว่า ลองนึกดูว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวเดินเตร็ดเตร่แบกกระเป๋าหน้างงๆถือแผนที่คนเดียวตอนกลางคืน…

ไม่ดีแน่ๆ

มีครั้งหนึ่งตอนฉันไปซิซิลี ทางตอนใต้ของอิตาลี ฉันไปถึงตอนสี่ทุ่ม ออกมาปุ๊บไม่มีทั้งรถบัส ไม่มีทั้งแท็กซี่ ติดต่อโฮสเทลก็ไม่ได้เพราะไม่มีใครรับโทรศัพท์ ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้ ตอนนั้นขนาดอยู่กับเพื่อนอีกคน ยังรู้สึกเคว้งคว้างมาก กว่าจะหาแท็กซี่ได้ เกือบชั่วโมง โห! นึกนะว่าถ้าอยู่คนเดียวคงดูไม่จืด…

เพราะฉะนั้นก่อนจองตั๋ว ให้นึกถึงข้อนี้ไว้ให้ดี

 

4. เลือกที่พักสำคัญสุดๆ

สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญมากที่สุด และใช้เวลากับมันมากที่สุด คือ ที่พัก ฉันต้องมั่นใจว่าที่พักอยู่ในย่านที่ปลอดภัย และเดินทางไปไหนมาไหนสะดวก โดยเฉพาะจากสนามบินหรือสถานีรถบัส

เราควรจะให้เวลาในการอ่านรีวิวเยอะๆจากหลายๆที่ ทั้ง Hostelworld, Trip Advisor หรือ Booking  ปกติเวลาฉันเลือกฉันจะเลือกจากคะแนนรีวิวของแขกคนก่อนๆที่เคยมาพัก วิธีนี้จะไม่ค่อยพลาดเท่าไหร่ ถ้าจะให้ดีควรมีพนักงานต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมงด้วย เพราะแบบนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เราสามารถติดต่อหาคนช่วยได้ทันที

ฉันจะเล่าประสบการณ์พลาดครั้งหนึ่งให้ฟัง ตอนนั้นฉันเดินทางคนเดียว(ครั้งแรก)ไปเที่ยวที่หมู่เกาะ Azores ประเทศโปรตุเกส ที่นี่ไม่ค่อยมีที่พักให้เลือกมาก โฮสเทลมีอยู่ที่เดียวบนเกาะ และฉันก็ไม่อยากนอนโรงแรม ฉันก็เลยจองๆไปโดยไม่ได้เช็คอะไร  ด้านหน้าที่พักดูปกติดี แต่พอเปิดประตูห้องนอนเข้าไปเท่านั้นล่ะ ตกใจ

ในห้องพักมีเตียงหลังใหญ่หนึ่งหลังอยู่กลางห้อง มีโต๊ะเครื่องแป้งไม้โบราณพังๆ พอฉันเดินไปเปิดม่านหน้าต่าง ฉันก็เห็นกระจกมัวๆร้าวๆ ถ้านี่ยังสยองไม่พอ วิวนอกหน้าต่าง คือ สถานีดับเพลิงร้าง มีกอหญ้าขึ้นเต็มกับรถดับเพลิงสภาพผุพังจอดทิ้งอยู่

คุณพระ!

ฉันรีบเผ่นออกมาแทบไม่ทัน ต้องวิ่งหาห้องพักตลอดบ่าย แถมยังต้องเสียเงินมัดจำคืนแรกให้เขาไปอีก

จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ฉันเลยมักจะเช็ครีวิวจากหลายเวบ หารูปถ่ายสถานที่ และพยายามทำทุกอย่างให้รัดกุมมากขึ้น

 

5. ถ้าพักโฮสเทล จะพักห้องเดี่ยว ห้องรวมชายหญิง หรือห้องหญิงล้วนดี?

โฮสเทลบางที่จะมีให้เลือกทั้งสามอย่าง ราคาก็จะต่างกันไปนิดหน่อย ห้องเดี่ยวก็ส่วนตัวดีแต่ราคาจะสูง โดยส่วนตัวด้วยความที่ฉันกลัวผีมากฉันจะเลือกนอนห้องรวม ไม่เกิน 10 เตียง ส่วนเรื่องห้องรวมชายหญิง หรือหญิงล้วน ฉันไม่ค่อยสนใจมาก ฉันรู้สึกว่ามันก็เหมือนๆกัน โดยปกติฉันจะพักห้องรวมชายหญิง สบายๆ

 

6. อุปกรณ์ที่ต้องติดตัวไว้ 

อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เวลาเดินทางคนเดียว คือ เครื่องส่งเสียง (Personal Alarm) เครื่องที่ว่านี้เวลาดึงสลักออก มันจะส่งเสียงร้องดังลั่นไม่หยุดจนกว่าจะใส่สลักกลับเข้าที่ สิ่งนี้เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเวลามีคนเข้ามาทำร้าย เป้าหมายคือให้คนร้ายตกใจแล้ววิ่งหนีไป หรือไม่ก็เพื่อใช้เรียกความสนใจจากคนที่อยู่ใกล้ๆให้เข้ามาช่วย โชคดีที่ว่าฉันยังไม่เคยต้องใช้มันเสียที

ฉันคิดว่าสเปรย์พริกไทย มีด หรือเครื่องช๊อตไฟฟ้าอาจจะกลายเป็นอาวุธกลับมาทำร้ายเราได้ เช่น สเปรย์พริกไทย เวลาเราตกใจใครจะมานั่งคิดเรื่องทิศทางลม เผลอๆฉีดไปลมดันพัดเข้าหน้าตัวเอง เซ็ง!

 

7. เตรียมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม 

ถ้าเที่ยวในยุโรป จะแต่งยังไงก็แต่งไป กางเกงขาสั้นเสื้อกล้าม จัดให้เต็ม ทำอะไรทำ ฉันไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นปัญหา พูดจากประสบการณ์ตัวเอง

แต่ว่าถ้าไปเที่ยวที่อื่น เช่น ประเทศมุสลิม อันนี้ต้องระวังนิดหน่อย เสื้อควรจะเป็นเสื้อมีแขน กางเกงและกระโปรงต้องคลุมเข่า ให้มันดูเรียบร้อยหน่อย เพราะนอกจากจะเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหากวนใจแล้ว ยังถือว่าเป็นการเคารพสังคมเขาด้วย ปัญหาที่ว่า ก็เช่น ผู้ชายเข้าหา มองด้วยสายตาน่าเกลียด หรือบางครั้งก็ถึงเนื้อถึงตัว

ฉันขอเล่าประสบการณ์ตัวเองให้ฟังเสียหน่อย มีครั้งหนึ่งตอนฉันไปเที่ยวที่ประเทศโมร็อกโกซึ่งเป็นประเทศมุสลิม ฉันเดินอยู่ในย่านเมืองเก่าของมาราเกช ฉันเดินไปเจอกับสาวอังกฤษคนหนึ่งที่ใส่กางเกงขาสั้นรัดมากกับเสื้อสายเดี่ยว มองดูสายตาผู้ชายที่อยู่แถวนั้นแล้วเพลีย

ฉันนึกในใจว่า นี่เธอ นี่เธอไม่สนใจสังคมเขามั่งหรือไง ฮะ!!

ฉันรู้ว่ามันควรจะเป็นสิทธิของผู้หญิงอย่างเราๆที่จะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ และผู้ชายก็ควรจะเคารพเราไม่่ว่าอย่างไรก็ตาม อันนี้ฉันเห็นด้วย ไม่เถียงเลย แต่อย่างหนึ่งที่เราต้องเข้าใจไว้ด้วยว่า แต่ละเมืองแต่ละประเทศ เขามีวัฒนธรรมของเขา เวลาเราไปเที่ยวเมืองนั้นๆมันก็เหมือนว่าเราเข้าไปในบ้านเขา เพราะฉะนั้นเราก็ควรเคารพกฎกติกาและสิ่งที่เขายึดถือ ถ้าเราอยากจะปลอดภัย ไม่ดึงดูดความสนใจมาก ก็ควรแต่งตัวให้มันเหมาะสมกับสถานที่

เคารพเขา แล้วเขาก็จะเคารพคุณ

 

8. อย่าลืมหนังสือดีๆสักเล่มกับเพลงเก๋ๆหนึ่งกระบุง

อย่าลืมว่าเราเที่ยวคนเดียว! เพราะฉะนั้นมันจะมีช่วงเวลาที่ต้องอยู่กับตัวเองเยอะ ไม่มีครั้งไหนที่ฉันเดินทางโดยไม่มีหนังสือ หรือเพลงฟัง

ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่หนังสือและเพลงจะกลายเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดี

  1. ร้านกาแฟ: เวลาที่อยากจะนั่งพักดื่มอะไรเย็นๆ เราก็ไม่ต้องนั่งเด๋อๆด๋าๆเก้ๆกังๆจิบกาแฟเร็วๆ เพราะรู้สึกว่าไม่รู้จะเอาสายตาไปไว้ที่ไหน เราสามารถนั่งอ้อยอิ่งอ่านหนังสือไปได้ โดยไม่รู้สึกเคอะเขิน
  2. ห้องรับแขกของโฮสเทล: อันนี้ใช้ประจำ หนังสือนะไม่ใช่เพลง เพราะว่ามักจะมีคนเข้ามาถามว่า “เธออ่านอะไรอยู่?” แล้วทีนี้เราก็หาเพื่อนคุยได้สบายๆ

ส่วนเพลงก็ใช้เวลาอยู่บนรถบัส เครื่องบิน ดีกว่านั่งฟังคนข้างๆกรนเยอะเลย

อย่าลืมเชียวนะ!!

 

9. เตรียมเจอความเหงาและการกินข้าวคนเดียว

อันนี้ต้องเจออยู่แล้ว เตรียมใจไว้ได้เลยว่ามันต้องมีช่วงเวลาเหงาๆ โดยเฉพาะเวลาที่นั่งอยู่ที่ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟ แล้วรอบตัวก็มีแต่กลุ่มเพื่อนหรือคู่รัก เห็นแล้วอิจฉา แล้วพาลคิดว่ารู้แบบนี้รอมากับเพื่อนดีกว่า

บางครั้งฉันก็เป็น…

วิธีแก้เหงา คือ พยายามหาเพื่อน โดยการพกพารอยยิ้มไว้บนใบหน้าเสมอ และต้องกล้าชวนคนแปลกหน้าพูดคุย (ต้องเลือกคนด้วย ถ้าหน้าตาน่ากลัวก็มองผ่านไป ต้องเชื่อสัญชาตญานตัวเอง)

ด้วยความที่ฉันไม่ค่อยชอบการกินข้าวคนเดียวเท่าไหร่ ฉันก็จะพยายามชวนคนในโฮสเทลไปกินข้าวด้วยกัน ไม่อย่างนั้นก็ซื้อของมาทำกินเองในครัว จากประสบการณ์ตัวเอง ในครัวเป็นพื้นที่ๆเราชวนคนอื่นคุยได้ง่ายที่สุด

อีกวิธีแก้เหงาง่ายๆ ก็คือ การอ่านหนังสือ ดูหนัง คุยกับที่บ้านไป

ที่สำคัญที่สุด คือ อย่าปล่อยให้ความเหงามันอยู่นานเกินไป เพราะมันจะพลอยทำเราหมดสนุกเสียเปล่าๆ

 

Advertisements