ซักผ้าหน้าฝน ส่งผลเสียมากกว่าผลดี

รู้มั้ยว่าซักผ้าหน้าฝน และการตากผ้าในห้องส่งผลเสียมากกว่าผลดี

ฤดูฝนมาทีไร ซักผ้าหน้าฝนเป็นปัญหาหนักใจตามมาทุกที เรียกว่าสมัยนี้ไม่ต้องแห่นางแมวเพื่อขอฝนกันแล้วล่ะค่ะ แค่วันที่ตัดสินใจซักผ้า ฟ้าก็ครึ้มมาเชียว แถมตกหนักตอนตากซะด้วย สุดท้ายแล้วผ้าก็แห้งช้าและเหม็นอับ (แหม! ก็หน้าฝนหาแดดย๊ากยากหนิคะ) แล้วหน้าฝนก็ยังมาพร้อมกับคราบสกปรก ไหนจะทั้งคราบดิน คราบโคลน ที่กระเด็นมาโดนเสื้อผ้าแบบไม่ได้ตั้งใจตอนฝนตก กว่าจะกลับ ถึงบ้าน คราบก็แห้งแข็ง ติดแน่นทนนาน เฮ้ออ กลุ้มใจจริงๆ…แล้วแบบนี้จะซักผ้า

ยังไงดีหละเนี่ย จะดีกว่ามั้ย หากเราเริ่มต้นปรับที่ตัวเราเองก่อน (ขอฟ้าขอฝนคงยากนะคะ) อย่างแรกเลยคือไม่ควรรอให้เสื้อผ้ากองโตแล้วค่อยซัก เพราะยิ่งช่วงหน้าฝนด้วยแล้ว สิ่งสกปรกต่างๆ ชอบนักกับความชื้นและการหมักหมม ทำให้กลิ่นและคราบยิ่งฝังลึก เสื้อผ้าเหม็นอับได้ง่าย ซักทำความสะอาดยากขึ้นไปอีก แค่หมั่นซักครั้งละน้อยๆ และบ่อยขึ้นก็ช่วยได้ค่ะ หรือจะซักผ้าในน้ำร้อนสามารถช่วยลดแบคทีเรียได้ด้วยนะคะ (แต่เสื้อผ้าจะเสีย จะหดมั้ยคะเนี่ยยย)

อีกอย่างคือหน้าฝนแบบนี้เรามีพื้นที่ในร่มจำกัด การตากเสื้อผ้าครั้งละมากๆ อาจจะไม่แห้งได้ การตากผ้าจึงมีเคล็ดไม่ลับด้วยเช่นกัน นั่นคือการบิดให้ผ้าหมาดที่สุด และสะบัดผ้าก่อนตากหลายๆครั้งนะคะ (ถือเป็นการออกกำลังกาย แถมได้กล้ามมาด้วย อิอิ) สุดท้ายก็เว้นระยะในการตากบ้าง เพื่อให้โดนลมทั่วถึงและช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นอีกด้วย หลีกเลี่ยงการตากผ้าในห้องถ้าไม่จำเป็น

ซักผ้าช่วงฝนตกทุกวัน ทำให้หาโอกาสตากผ้ายาก เป็นผลให้ต้องตากผ้าในที่ร่ม รู้ไหมว่า..การตากผ้าในที่ร่มส่งผลเสียมากกว่าผลดี…

และสำหรับ คุณผู้หญิง เวลาอยู่ในวัยที่มีประจำเดือนจะสังเกตได้ว่า จะมีคราบขาวติดอยู่ที่กางเกงชั้นใน จะมากน้อยแค่ไหนหรือมีลักษณะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ก็เป็นตามช่วงระยะของการมีประจำเดือน เนื่อง จากช่องคลอดของผู้หญิงจะมีการทำความสะอาดตัวเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงถือว่าเป็นกระบวนการทำความสะอาดตัวเองตามปกติ แต่หากเมื่อไหร่ที่ ตกขาวมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป เช่น มีสี มีกลิ่นผิดไปจากปกติ แล้วยิ่งถ้ามีอาการคัน ๆ ตรงน้องหนูอยู่ด้วย ก็สันนิษฐานได้เลยว่าคุณอาจโดยเจ้าเชื้อราเล่นงานเข้าแล้วก็ได้

และสำหรับคราบดิน คราบโคลน คราบสกปรกที่ติดแน่นหนึบอยู่กับเสื้อผ้า ที่ไม่ว่าจะซักแรงแค่ไหนก็ออกไม่หมดซักที แถมยัง ทิ้งรอยจางๆ ไว้ให้ดูต่างหน้า สามารถกำจัดได้ โดยการผสมน้ำส้มสายชู 1 ส่วนกับน้ำสะอาด 2 ส่วน แล้วชโลมลงไปบนคราบเปื้อน และแช่ผ้าทิ้งไว้ 15 นาที ด้วย เปา ซิลเวอร์ นาโน ก่อนจึงนำไปซักด้วยเครื่อง เท่านี้ คราบโคลนที่ติดมากับเสื้อผ้าในหน้าฝน ก็จะจางหายเป็นปลิดทิ้งแล้วหละค่ะ

ทุกปัญหาแก้ได้ ถ้าใช้ ผงซักฟอก เปา ซิลเวอร์ นาโน ที่เหมาะกับการซักผ้าเวลาไหนก็ได้ เพราะคุณสมบัติเด่นที่สามารถลดกลิ่นอับ..ไม่ง้อแดด ด้วยอนุภาคขนาดเล็กซอกซอนลึกระดับนาโน พร้อมเพิ่ม Blue Complex เข้าขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับบนเสื้อผ้าได้มากถึง 99.99% ในทุกขั้นตอนซัก… ตั้งแต่ขั้นตอน แช่ ซัก ตาก ตลอดจนการสวมใส่ ก็มั่นใจได้ว่าเสื้อผ้าจะหอม สะอาด ปราศจากกลิ่นอับ พร้อมพลังในการขจัดคราบต่างๆได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นคราบหนักขนาดไหนก็ขจัดได้ หรือหากต้องการเพิ่ม ความนุ่มและหอมไปอีกขั้น ต้อง เปา ซิลเวอร์ นาโน ซอฟท์ ที่ผสมสารปรับผ้านุ่ม เรียกว่าครบจบกระบวนการ มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่นได้เลยอีกเยอะ วิธีซักผ้าให้หอมแบบนี้สิที่ตอบโจทย์สุดๆกับหน้าฝน

รู้อย่างนี้แล้ว การซักผ้าในหน้าฝนหรือไม่ว่าจะหน้าไหนๆ ก็ไม่ต้องแคร์แดดอีกต่อไป แถมได้ยกปัญหาหนักอกออกไปอีกด้วย ว่าแต่ว่าเสื้อผ้าใครยังเหม็นอับอยู่ รีบรื้อตู้มาซักกันเถอะค่ะ

เคล็ดลับดีๆ มีให้ที่นี้ http://www.paosilvernano.com/index2.html

Advertisements