วิธีซักผ้า ให้หอม ของพนักงานออฟฟิต เด็กหอ


เฮ้อ…กลับมาถึงบ้านทีไร ก็ต้องเจอกับเสื้อผ้าที่จะต้องซักกองโต แค่เห็นก็เหนื่อยแล้ว จะซักตอนนี้ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีแดด รอซักพร้อมกันทีเดียวตอนวันหยุดสุดสัปดาห์เลยก็แล้วกัน

แต่พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์ทีไร ก็ต้องมานั่งเซ็งกับฟ้าฝนที่ไม่เป็นใจ เริ่มซักผ้าทีไร ฝนก็ตกลงมาซะงั้น ตากผ้าตอนฝนตก ทุกที แล้วอย่างงี้จะเอาเวลาตอนไหนไปซักผ้าเนี่ย!! ถ้าจะรอให้เจอแดดก่อนแล้วค่อยซัก ก็ไม่ทันใส่
กันพอดี แถมการทิ้งผ้าไว้กองใหญ่ๆแล้วค่อยซักทีเดียวเนี่ย ก็ทำให้ผ้ายิ่งสกปรกเสื้อผ้าเหม็นอับเพราะหมักหมมอยู่กับแบคทีเรียอีก ถ้าอย่างนั้น ว่างเมื่อไหร่ก็คงต้องซักเลยสินะ

ไม่ว่าจะเป็นชาวออฟฟิศที่ต้องฝ่าการจราจรมาซักผ้าตอนกลางคืนหลังเลิกงาน นิสิตนักศึกษาที่ต้องซักผ้าในหอที่มีพื้นที่ตากอย่างจำกัด หรือจะเป็นคุณแม่ที่จะต้องซักชุด Uniform ให้คุณลูกต่างก็ต้องหนักใจกับปัญหาเดียวกัน นั้นก็คือ ปัญหาผ้าเหม็นอับ!แล้วถ้าจำเป็นจะต้องซักผ้าหน้าฝนและตากผ้าตอนที่ไม่มีแดดหละ จะทำไงดี?
เคล็ดลับสำหรับคนที่ต้องซักผ้าแบบไม่ง้อแดด วิธีซักผ้าให้หอมแบบมือโปร นั้นมีด้วยกันหลายประการ ถ้าจำเป็นจะต้องตากผ้าในบ้านหรือในที่ที่ไม่มีแดด ควรหา บริเวณที่โล่งและมีอากาศถ่ายเทมากที่สุดเป็นทำเลในการตากผ้า  ไม่ควรตากผ้าในบริเวณที่มีความชื้นหรือมีกลิ่น เช่น ห้องน้ำ หรือห้องครัว เพื่อไม่ให้แบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ สามารถเจริญเติบโตได้ หรือถ้าไม่มีที่โล่งจริงๆ อาจจะใช้พัดลมในการช่วย
เป่าให้ผ้าแห้งสนิทเร็วขึ้น และถ้าหากฝนไม่ตกแล้วละก็ ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้มากยิ่งขึ้น ภายในบริเวณที่เราตากผ้าไว้
หรืออีกวิธีนึงก็คือ การใช้เครื่องอบผ้า ซึ่งการใช้เครื่องอบผ้าควรแยกชนิดของผ้าก่อนทำการอบ เพราะผ้าแต่ละชนิดจะเหมาะกับโปรแกรมการอบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปริมาณผ้าที่ต้องการอบ ซึ่งถ้าผ้ามีปริมาณน้อย ก็ควรใช้เวลาในการอบไม่นาน เพื่อเป็นการถนอมผ้าและประหยัดพลังงานด้วย

แต่มีอีกวิธีที่ง่ายกว่านั้น นั่นก็คือ เลือกใช้ ”เปา ซิลเวอร์ นาโน”หนึ่งเดียวที่มี “ซิลเวอร์ นาโน” เทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่ายับยั้งเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของกลิ่นอับบนเสื้อผ้าได้มากที่สุดถึง 99.99% ครบทุกขั้นตอน ทั้ง แช่-ซัก-ตาก-ใส่ ไม่ว่าจะซักหรือตากผ้าที่ไหนเวลาใด ก็มั่นใจได้ว่าเสื้อผ้าจะหอมมมมม สะอาด หมดกังวลจากคราบสกปรกและกลิ่นอับอย่างแน่นอนค่ะ

Advertisements

วิธีขจัดคราบเหลือง คอเสื้อ pantipก็ไม่ได้บอกคุณ น้ำยาซักผ้ามันดีกว่าเป็ดล้างห้องน้ำยังไง

วิธีขจัดคราบเหลือง คอเสื้อ pantipก็ไม่ได้บอกคุณ น้ำยาซักผ้ามันดีกว่าเป็ดล้างห้องน้ำยังไง

เคล็ดลับขจัดคราบเหลือง คอเสื้อ ซักเสื้อขาวให้ขาวเอี่ยมอ่อง คราบเหลืองที่เสื้อขาว คอเสื้อ น้ำยาซักผ้ากำจัดกลิ่นรักแร้ที่ฝังติดเสื้อ รอยคราบเหลืองตรงจุ๊กกุแร้ที่เสื้อ คราบเหลืองบนเสื้อขาวที่เก็บไว้นาน  ปัญหา เสื้อขาว เชิ้ต เสื้อยืด มีปัญหากับคราบเหลือง ใต้วงแขน ทำยังไงให้เสื้อนักเรียนกลับมาขาว(โดยเฉพาะที่รักแร้กับคอเสื้อ คราบเหลืองจากเสื้อผ้าเก่าเก็บ ซักยังไงให้ใหม่

1422971643-987-o

ปัญหาทั้งหมดที่ว่ามา เรามีคำแนะนำง่าย คือ การใช้น้ำยาซักผ้าร่วมกับไฮเตอร์ ป้ายทิ้งไว้ตรงคราบก่อนซักทุกครั้ง หรือแช่ทิ้งไว้ก่อนซักสัก 5 นาที อย่าเกินจากนั้น ผ้าจะเปื่อย ขาดได้ง่าย  จะช่วยให้คราบฝังแน่นค่อยๆหลุดออก ขจัดคราบเหลือง คอเสื้อ และชุดเก่งของคุณจะกลับมาขาวสะดุดตาอีกครั้ง

1422971624-789-o

แนะนำให้ใช้ เป็ด เป็นคำตอบสุดท้าย เพราะเราลองมาแล้วผ้าเปื่อยขาดหลังจากใส่ไม่กี่ครั้ง ด้วยความที่น้ำยาล้างห้องน้ำเป็ดมันแรงมาก จึงไม่อยากแนะนำ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสิ่งของที่เราจะใช้ เพราะความเข้มข้นของสารทำความสะอาดที่ต่างกัน แถมถ้าล้างผ้าไม่สะอาด เวลาเหงื่อออก คันมาก คันจนเป็นแผลแสบรักแร้เลยละ

e0b882e0b888e0b8b1e0b894e0b884e0b8a3e0b8b2e0b89ae0b980e0b8abe0b8a5e0b8b7e0b8ade0b887e0b89ae0b899e0b980e0b8aae0b8b7e0b989e0b8ade0b899e

อย่าลืมนะคะว่า เลือกใช้ดีๆ อ่าน ก่อนใช้ อย่าตามกระแสในpantip เพราะบางทีมันก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน หรือผ้าที่จะนำไปใช้

EARTHs 4 Ever Young ดูอ่อนเยาว์ขึ้นในทุกๆวัน

จากผลสำรวจ บอกว่าผู้หญิงช่วงอายุ20ปีจะพบการเปลี่ยนแปลงของผิวมากที่สุดคือ ผิวแห้งกร้าน ตามด้วยจุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง แต่!… ไม่มีใครคิดจะใช้ผลิตภัณฑ์ต่อต้านลดเลือดริ้วรอย

จากการสำรวจ ยังทำให้ค้นพบว่า ลักษณะผิวของผู้หญิงเอเชียส่วนใหญ่เริ่มส่งสัญญาณแห่งวัยเร็วกว่าที่ตัวเองคิด โดยพบว่า 61% เชื่อว่าผิวของตัวเองจะเริ่มร่วงโรยหลังอายุ30ปีไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง

ผู้หญิงถึง 65% เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวตัวเองในเรื่องของสัญญาณแห่งวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 อย่างตั้งแต่อายุ24โดยเฉลี่ย

ให้คุณตื่นรับวันใหม่พร้อมผิวสุขภาพดี แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นในทุกๆวัน เมื่อย่างเข้าสู่วัย 30 ปี ผิวหนังจะเริ่มแห้งเกี่ยว มีน้ำมันออกมาตามผิวน้อยลง

สัญญาณความโรยราแห่งวัย 7 ประการ

– ผิวแห้งกร้าน

– จุดด่างดำ

– รูขุมขนกว้างขึ้น

– ผิวหมองคล้ำ

– ผิวไม่เรียบเนียน

– สีผิวไม่สม่ำเสมอ

– ริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น

กลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงานสมัยนี้ที่กำลังบ้าคลั่ง ใช้ชีวิตประหนึ่งว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์ มีสภาพร่างแข็งแกร่งคงกระพัน ไม่เหนื่อย ไม่ล้า ไม่เหี่ยว ไม่พัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว คือดึงเอาพลังงานชีวิตออกมาใช้กันแบบเกินพอดีมาก

คนกลุ่มนี้ ทั้งวันหมกมุ่นกับงานและสิ่งรอบตัว เหนื่อย นอนน้อย ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่ได้พักสมอง พลังงานในชีวิตจริงกับชีวิตในอุดมคติสวนทางกันอย่างแรง บอกตัวเองว่าไหว ยังสวย ยังสู้ แต่คนในกระจกเป็นใครไม่รู้ ดูยังไงก็ไม่สู้แล้ว…

ตำราเค้าว่า 25 ไปแล้ว คุณคือมนุษย์โตเต็มวัยที่จะไม่เต่งตึงไปกว่านี้อีกแล้ว…พอ 30 เมื่อไหร่ คือความโรยราเริ่มมาควรหยุดไว้ ณ จุดนี้  เพราะฉะนั้น เราจึงมีครีมบำรุงที่จะมาตอบโจทย์ในเรื่องนี้ อย่างเช่น4ever yong

earths-40-ever-young-advanced-skin-essence

วิธีซักผ้าลูก เสื้อนักเรียนให้ขาวจั๊วะรับเปิดเทอม ใหม่เหมือนซื้อ

ใหม่เหมือนซื้อ! วิธีซักเสื้อนักเรียนให้ขาวจั๊วะรับเปิดเทอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก paowinwash.com/home.html

ทว่าในยุคเศรษฐกิจไม่ทรงตัวอะไรที่พอจะใช้ต่อได้ก็จำต้องใช้ ใครมีพี่มีน้องก็ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เรามีวิธีมาแนะนำเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าเป็นสำหรับทุนรอนค่าใช้ใจและตัวลูกๆ เองก็สามารถทำเองได้ วิธีซักผ้าขาวแบบง่าย ๆโดยไม่พึ่งน้ำยาซักผ้าในท้องตลาด ซึ่งเราจะแบ่งเป็นแบบซักและแบบการขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า คราบสกปรก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน

โดยในกรณีที่เสื้อสีขาวกลายเป็นสีเหลืองและหมองคล้ำทั้งตัว มีวิธีแก้ไขได้ด้วยกันดังนี้

น้ำยาซักผ้า

        1.ซักด้วยน้ำส้มสายชู

คือก่อนซักผ้าให้แช่เสื้อขาวกับน้ำส้มสายชูร่วมกับผงซักฟอกในสัดส่วนปริมาณเท่าๆ กัน ทิ้งไว้ 15-30 นาที ในกรณีที่เสื้อขาวมีความคล้ำมาก อาจทิ้งไว้ข้ามคืน กรดของน้ำส้มสายชูจะช่วยกัดคราบฝังลึกให้ออกง่ายขึ้น ก่อนจะนำไปซักตามวิธีปกติ นอกจากนี้ น้ำส้มสายชูยังมีสรรพคุณช่วยคงความสดให้สีไม่กลับมาหมองคล้ำอีกด้วย

        2.ซักด้วยเบกกิ้งโซดาหรือผงฟู

โดยขั้นตอนวิธีนี้ต้มน้ำสะอาดกับโซดาหรือผงฟูจนเดือดได้ที่ ก่อนนำเสื้อขาวลงไปแช่ เพราะเนื่องจากสารโซเดียมไบคาร์บอเนตจะสลายตัวได้เมื่อได้รับความร้อนจึงออกฤทธิ์ทำความสะอาดคราบ ระหว่างนั้นให้เรารอจนอุณหภูมิลดลงหรือทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงค่อยซักตามปกติ

        3.ซักด้วยน้ำอัดลม

วิธีนี้ขั้นตอนคล้ายๆ ทั้งเรื่องการซักและการทำความสะอาดคราบของกรดอย่างน้ำส้มสายชู เพียงแต่ว่าเราต้องเลือกใช้ชนิดที่ไม่มีสี โดยผสมกับน้ำในปริมาณเท่าๆ กัน แช่เสื้อสีขาวทิ้งไว้จนสีผ้าเปลี่ยนกลายมาเป็นสีขาวเหมือนเดิมหรือทิ้งข้ามคืนเพื่อความมั่นใจแล้วค่อยซักด้วย ผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดผ้าขาว เท่านี้เราก็ได้ผ้าขาวเหมือนใหม่คืนมา

        4.ซักด้วยน้ำมะนาว

ควรใช้น้ำมะนาวแท้ที่คั้นออกมาจากผล เพราะจะมีกรดซิตริกที่นอกจากใช้เป็นวัตถุปรุงอาหาร เป็นสารกันหืน สารกันเสีย ยังสามารถทำความสะอาดได้อย่างที่เรารู้ๆ กัน และในเรื่องนี้ก็ยังสามารถทำให้ผ้าหมองกลับมาขาวได้อีกด้วย โดยให้คั้นน้ำมะนาว 1 ถ้วยตวงเทผสมกับผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาด รอประมาณ 15-30 นาทีก่อนซักออก

        5.ซักด้วยน้ำซาวข้าวหรือเปลือกไข่ไก่ป่น

วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับคุณแม่บ้านที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะ ซึ่งการซักด้วยน้ำซาวข้าว ให้เรานำเสื้อลงไปแช่ในน้ำซาวข้าว ประมาณ 4-5 วัน โดยควรจะต้องเปลี่ยนน้ำซาวข้าวทุกๆ วันจนครบ จากนั้นค่อยนำมาซักตามปกติ แต่เป็นกรรมวิธีที่สืบทอดมาแต่โบราณกาล ดังนั้นรับประกันผลลัพธ์ที่จะออกมาเห็นผล

ส่วนการซักด้วยเปลือกไข่ไก่ป่น ให้เรานำเปลือกไข่ไก่ที่ป่นละเอียดลงไปผสมกับน้ำเปล่าที่จะซัก โดยไม่ต้องผสมผงซักฟอก ทิ้งแช่ไว้ประมาณ 20-30 นาที ค่อยซักตามปกติ เสื้อหมองก็จะขาวขึ้นได้ เพราะเปลือกไข่ มีส่วนประกอบที่ใช้เป็นหนึ่งในส่วนผสมของน้ำยาฟอกขาวผ้า คือ แคลเซียมคาร์บอเนต หรือ หินปูน เปลือกไข่จึงแข็งนั้นเอง

นอกจากนี้ในส่วนกรณีที่เสื้อขาวมีความคล้ำหมองไม่มากนัก เป็นเพียงบางแห่งหรือจุดอับที่เกิดคราบเหงื่อไคล้ได้ง่าย เราสามารถทำความสะอาดให้ผ้ากลับมาขาวก่อนและง่ายต่อการซักได้ด้วยการใช้ “สบู่” หรือ “ยาสีฟัน” ขัดในบริเวณที่มีคราบฝังแน่น กลับมาขาวจั๊วะน่าใช้เหมือนซื้อใหม่

st-32
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อผ้ากลับมาขาวดังเดิมแล้วเราไม่ควรใช้สารฟอกขาวซักผ้ามากเกินจำเป็น เนื่องจากสารฟอกขาวจะทำลายเนื้อผ้าให้บางและขาดง่าย และที่สำคัญควรตากผ้าในช่วงเวลาที่แดดไม่แรงจนเกินไป เท่านี้ผ้าก็จะใหม่สดเหมือนเพิ่งซื้อออกมาจากร้านเลยทีเดียว

เต่าดำ สิวเสี้ยน บอกลาได้เลย แค่ใช้ยาสีฟันสมุนไพรง่ายๆได้ผลจริง

เต่าดำ สิวเสี้ยน บอกลาได้เลย แค่ใช้ยาสีฟันสมุนไพรง่ายๆได้ผลจริง
ยาสีฟันปกติแล้วนอกจากใช้แปรงฟันไม่ให้ปากมีกลิ่นเหม็น มีกลิ่นปาก ต้นเหตุของเหงือกอักเสบแล้ว วันนี้จะมาแนะนำ สรรพคุณของยาสีฟันในเรื่องของรักแร้ดำ สิวเสี้ยน มาดูกันเลย

 ใครจั๊กกะแร้ดำ!!! ยกมือขึ้น แน่นอนว่าคุณคงไม่มีความมั่นในใจการยกแขนเป็นแน่แท้ แม้แต่จะสวมเสื้อกล้ามคุณก็ไม่กล้าที่จะหยิบมาใส่ วันนี้ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป เพียงใช้ “ยาสีฟันสมุนไพร” ตามวิธีดังต่อไปนี้….

e0b8a3e0b8b1e0b881e0b981e0b8a3e0b989e0b894e0b8b3

แก้ปัญหาจั๊กแร้ดำปี้!! ได้ง่ายเพียงคุณใช้……”ยาสีฟัน” ยี่ห้ออะไรก็ได้แต่ต้องเป็นเนื้อสีขาวนะคร๊า..  แล้วนำมาทำไรต่อหรอ ก็เพียงคุณเอามาถูเบาๆ วนไป วนบริเวณเต่าดำๆของคุณ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่า (เทคนิคเสริมขณะที่ล้างก็ถู+ขัดเบา ไปด้วย ให้ครามดำๆ หลุดร่อนจ้า)  เอ๊ะๆๆ ….. ต้องทำก็ครั้งถึงขาว!!  คุณสามารถทำได้บ่อยตามใจต้องการเลยจาก เพราะไม่เป็นอันตรายต่อผิวคะ!!!

วิธีใช้ยาสีฟัน สุดยอดเคล็ดลับ กำจัดสิวเสี้ยน ให้หลุดไปอย่างง่ายดาย
เพียงแค่เดินเข้าห้องน้ำ!!!!ก็สวยได้ จะยอมเสียตังค์เป็นหมื่นทำไมสุดยอดเคล็ดลับ กำจัดสิวเสี้ยน ได้ผลแน่แถมประหยัดสุดๆ
เรียกได้ว่าเป็นปัญหาระดับชาติของวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัยจริงๆ สำหรับเจ้า สิวเสี้ยน ตัวดี โดยเฉพาะคนผิวมัน ซึ่งต้นเหตุมันมาจากรูขุมขนที่ใหญ่เกินพอดีนั่นเอง
วันนี้เลยมีวิธีจัดการกับสิวเสี้ยนแบบหายชัวร แถมวิธีที่นำมาฝากในวันนี้ รับรองว่า คุณต้องไม่เคยลองแน่ๆ แต่ขอให้ลอง มันดีจริงๆ

52

เริ่มจาก เดินเข้าห้องน้ำไปเลยค่ะ หยิบแปรงสีฟันที่ขนนิ่มๆนะ แต่!!ไม่เอาแปรงสีฟันที่คุณใช้แล้วนะ ซื้อแปรงใหม่แบบขนนุ่มๆ แล้วบีบยาสีฟันลงบนบริเวณที่สิวเสี้ยนเยอะ อย่างจมูกนี่ล่ะ ตัวดีนัก เสร็จแล้วก็จัดการนำแปรงสีฟัน แปรงช้าๆ เบาๆ วนรอบๆจมูก

หลังจากนั้นให้ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เพื่อเป็นการปิดรูขุมขน และบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงผิวของคุณได้เลย แต่สำหรับสาวๆผิวมัน แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำมันในการบำรุงผิวที่เราเพิ่งจะขัดไปนะคะ

กลิ่นปากไม่มี เหงือกอักเสบหายเร็ว ยาสีฟันสมุนไพรที่ต้องลอง

aphthous-ulcer-treatment-01

เพราะเราเชื่อว่า การดูแลช่องปากที่ดี เป็นส่วนช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจ กลิ่นปากไม่มี เหงือกอักเสบหายเร็ว สิ่งดีอยากบอกต่อ ทุกคน แล้วทำไมเราต้องใส่ใจว่ายาสีฟันนั้นเป็นแบบธรรมชาติหรือไม่ เพราะส่วนผสมของยาสีฟันทั่วไปนั้นจะมีสารซักฟอกเป็นส่วนประกอบ ซึ่งในระยะยาวแล้วสารเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แตกต่างจากการใช้ยาสีฟันธรรมชาติที่จะไม่มีสารซักฟอกทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกาย และยังสามารถเพิ่มสรรพคุณโดยการเลือกใช้สมุนไพรที่หาได้ง่ายมาเป็นส่วนประกอบของยาสีฟัน ซึ่งเราสามารถเลือกเองได้

โดยส่วนใหญ่ สมุนไพรที่ใช้ในยาสีฟันสมุนไพรโดยทั่วไปจะประกอบไปด้วย

1.เกลือ เป็นสารทำความสะอาดเหงือกและฟัน
2.ข่อย แก้อาการปวดฟัน รักษารำมะนาด  (ใช้เปลือกหรือกิ่งข่อย)
3.สะระแหน่ สารให้ความเย็น ทำให้ช่องปากหอมสดชื่น
4.อบเชย มีกลิ่นหอม รสหวาน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
5.กานพลู รสเผ็ดร้อน ฆ่าเชื้อโรคและเป็นยาชา ใช้ดับกลิ่นปาก แก้เลือดออกตามไรฟัน และแก้โรครำมะนาด
6.ผักคราดหัวแหวน รสเอียนเบื่อ แก้ปวดฟัน แก้อักเสบรักษาแผลในปาก รำมะนาด
7.แก้ว ใช้ส่วนของใบ มีรสร้อนเผ็ดขมสุขุม แก้อาการปวดฟัน

ไฮเฮิร์บจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลช่องปาก ให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลจากสมุนไพรธรรมชาติ ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างลงตัว เพื่อสุุขภาพเหงือกและฟันที่เหนือกว่า รอยยิ้มพิมพ์ใจมักจะมาควบคู่กับฟันขาวสะอาดเสมอ ความสะอาดในช่องปาก เหงือกและฟันจึงมีความจำเป็นยิ่ง จึงช่วยให้คุณมั่นใจตลอดทุกช่วงเวลา

 

ทำไมเราถึงดูแก่ลง ?? ทำไมหน้าหย่อนคล้อย

ทำไมเราถึงดูแก่ลง ?? ทำไมหน้าหย่อนคล้อย

ทำไมตาตก ทำไมหน้าผากย่น ทำไมร่องแก้มลึก
ทำไมมีเหนียง

13319759_1712483482303862_3098186938607747271_n

หลายๆคนก็จะตอบว่า เพราะผิวเสีย collagen และ
ความยืดหยุ่นไป ตามโฆษณาที่ได้ยินกัน
ตรงนี้เป็นส่วนที่มีผลครับ แต่จะมีผลเยอะตอนเป็น
คุณยาย ส่วนตอน 30 40 50 60 จะเป็นจากอย่างอื่นๆ
มากกว่าครับ

เปรียบหน้าและหัวคนเรา เป็นหมอนนะครับ
ตอนซื้อมาใหม่ๆ ก็เหมือนตอนอายุน้อยๆ ตึงแน่นเชียว
พอเวลาผ่านไป นุ่น สำลี ฟองน้ำที่บุด้านใน ก็ยุบตัวลง
เราก็จะเห็นหมอนย้วยๆ ยวบ ย่น ซึ่งสิ่งที่หายไป
สำหรับใบหน้าคนเราก็คือ กระดูกที่บางลง ยุบตัวลง
กล้ามเนื้อที่บางลง ไขมันบางลงน้อยลง(ตอนเด็กๆ
จะแก้มยุ้ยกว่า) แต่ตัวผิวหนังที่เหมือนปลอกหมอน
มันเลยยวบๆ ย้วยๆลงมา และผิวหนังเราตรงไหนที่มัน
พับตลอด หรือพับลงมา ตัว collagen มันจะยิ่งตาย
และหายไป เกิดเป็นร่องพับ เพื่อให้การพับนั้นสะดวก
ยิ่งขึ้น เช่น ลายมือบนฝ่ามือเราเป็นต้น

การที่หน้าย้วยลง เลยทำให้เรามีเหนียงที่ใต้คาง
มีเนื้อบริเวณกลาม คาง หนาตัวขึ้น จากการที่มันกองลงมา
ตามแรงโน้มถ่วง ซึ่งคนชอบไปคิดเอาเองว่าเป็นไขมัน
อย่างที่บอกไปแล้ว ยิ่งแก่ไขมันยิ่งหาย ตอนเด็กๆสาวๆ
แก้มจะป่องกว่า ขมับทั้งสองข้างจะเต็มไม่บุ๋มลงไป
ดังนั้นการฉีด meso fat ตรงนี้ และเหนียง
จึงไม่ช่วยเลยแม้แต่น้อย ใครบอกช่วยแสดวว่าไม่เข้าใจ
การ lift หน้าเลย

พอหน้าย้วยลงมาทั้งแทบ เกิดอะไรขึ้นบ้าง
คิ้วตก ตาตก หนังตาหนาขึ้น ซึ่งร่างกายจะปรับตัว
เพื่อให้เรามองเห็น เลยมีการเหลือกขึ้นหรือยกชั้นคิ้วตาขึ้น
แบบที่เราไม่รู้ตัว ก็เลยได้หน้าผากย่นมาแทน

ตีนกาที่หางตา จากผิวหนังตึงๆ พอมันย้วยลง
คราวนี้ยิ้มปุ๊ปก็จะมีรอยที่หางตา พออายุมากขึ้นอีก
คราวนี้ไม่ยิ้มก็เห็นรอย

เอาแค่หน้าผาก คิ้ว หนังตา หางตาก่อน
ตรงนี้ถ้าถามว่าแก้ยังไง ทุกคนก็จะตอบว่า botox สิ
Botox มันทำอะไร?? ง่ายๆก็ทำให้กล้ามเนื้อขยับไม่ได้
ชั่วคราว (ถ้านานกว่า 1เดือนขนาดจะเล็กลงด้วย)
ดังนั้น botox จึงเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ คือหนังมันย้วยๆ
หย่อนๆอยู่แล้ว ถ้าขยับหน้าจะยับ botox ก็ไปทำให้เรา
ขยับหน้าได้ลดลง หลับตาปี๋ไม่ได้ เวลายิ้มเลยไม่ธรรมชาติ
น่ะครับ ส่วนหน้าผาก ผมบอกไปแล้วว่า ร่างกายยกมันขึ้น
ไม่ให้มันย้อยลงมา ไปฉีด botox ร่างกายก็ยกไม่ได้
หน้าผากก็ตึง แต่ตาคิ้วก็จะหย่อนตัวลงมา ยิ่งแก่จะยิ่งมี
ปัญหามาก ดังนั่น botox ทำง่าย ปลอดภัย แค่ข้อเสียก็
เยอะครับ ดึงหน้าขึ้นด้วยการผ่าตัดหรือ filler ดีกว่า
(แต่แพง และผ่าตัดก็มีแผล)

ร่องใต้ตา ร่องแก้มที่ที่มากขึ้น ลองดึงหน้าตัวเองขึ้น
แล้วสังเกตดูร่องแก้มร่องใต้ตาสิครับ และพอพับไปนานๆ
ไขมัน collagen ตรงจุดพับก็จะยิ่งถูกทำลายไปอีก

ร่องใต้หรือข้างปากก็เช่นเดียวกัน

หน้ากลายเป็น สี่เหลี่ยมหรือกลม ไม่เป็น V shape
สันกรามไม่ชัด หนาตัวขึ้น ลองดึงหน้าขึ้นจะหายไป

คางพับเป็นเส้นแนวนอนใต้ปาก จากกระดูกคางที่สั้นลง
และสุดท้าย ที่กองย้วยลงมาทั้งหมด ก็ส่งผลให้หนังมา
น้อยๆตรงคางกลายเป็นเหนียง

ดังนั้นพวก มาเด้ stem cell ร้อยไหม หรือเครื่องมือทั้ง
หลายจึงช่วยอะไรไม่ได้เลย หรือมีผลน้อยมากๆๆๆๆๆๆ
หรือให้คิดง่ายๆ ถ้าจะให้หมอนที่ย้วยๆกลับมาตึง
ทำยังไงดี ????

1.ยัดนุ่นสำลี ให้แน่นเต็ม
2.ตัดผ้าหมอน หรือปลอกหมอนให้สั้นลง แล้วเย็บติดกัน
ใหม่ แน่นอนถึงหมอนตึง ก็ต้องใบเล็กลง
3.อาจจะแก้ทั้ง 1 และ 2

หรือผมให้ไอเดียง่ายๆคือ ถ้าสิ่งนั้นทำให้คางคุณ ขมับคุณ
กลับมาเต็ม มายาวเหมือนเดิมไม่ได้ สิ่งนั้นไม่ช่วยให้
หน้าคุณหายย้อย หรือยกกลับมาตึงหรือ V shape ได้ครับ

ต่อมา botox เป็นสิ่งทีคนชอบเอามาใช้ทำให้ได้หน้า
เรียว v shape ได้ ซึ่งจริงๆแล้วอายุน้อยๆช่วยได้ครับ
เพราะจะไปช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อตรงมุมกรามได้จริง
แต่ถ้าหน้าเริ่มหย่อนคล้อยแล้ว อย่างที่ผมเปรียบเทียบ
กับหมอนที่สำลีฟองน้ำยุบตัว การไปฉีดลดขนาด
กล้ามเนื้อมุมกรามอีก ลดขนาดต่อมน้ำลายหน้ารูหูอีก
ก็จะยิ่งเหมือนทำให้ฟองน้ำยุบตัวเพิ่ม ในคนอายุ 30up
อาจจะทำให้หน้าคล้อยมาทางด้านหน้าและลงด้านล่าง
เพิ่ม หน้าเลยยิ่งดูอูม แก้มกลมและรอยพับมากขึ้น

ใครอ่านมาถึงตรงนี้ ค่อยๆคิดตามนะครับ
แล้วเชื่อไปเลย

ขั้น advance มากขึ้น ดูรูป 2,3,4 ที่มีจุดแดง ดำ
กระโหลกคนเรารวมถึงกระดูกหน้า จริงๆไม่ได้เรียบ
เสมอกันเสียทีเดียว และขนาดสองด้านไม่เท่ากันด้วย
แต่ไม่เท่ากันแบบขาดๆเกินๆเสียด้วยครับ ซึ่งเป็นสาเหตุ
หลักที่ทำให้เกิดลักษณะ ร่องแก้ม ร่องใต้ตา หน้าไม่เท่ากัน
หน้าห้อย ตาตก คิ้วไม่เท่ากันแต่กำเนิด และจะยิ่งมากขึ้น
เรื่อยๆตามอายุที่มากขึ้น

ด้านจุดดำนะครับ
ขมับจะยุบมากกว่า โหนกแก้มจะเล็กกว่า กล้ามเนื้อ ไขมัน
หน้ารูหูจะน้อยกว่าอีกข้าง หน้าจะย้อยลงไปที่คางเยอะ
กว่าอีกข้าง มีร่องใต้ปากมากกว่า แนวร่องแก้ม คล้อยลง
และชี้ลงพื้นมากกว่า

ด้านสีแดง ขมับ โหนกแก้ม จะเยอะกว่าอีกข้าง เลยมี
ปัญหา เนื้อย้อยไปกองที่สันกรามน้อยกว่า แต่ข้างนี้จะมี
ใต้ตาและร่องแก้ม ยุบตัวลงไปเป็นแอ่ง ทำให้ดูมีใต้ตาลึก
และรุ่งแก้มดูลึก แต่ร่องใต้ปากจะน้อยกว่า และแนวเส้น
ร่องแก้มจะกางขึ้นชี้ไปด้านข้างมากกว่าชี้ลงพื้นเหมือน
อีกข้าง แต่เพราะแผ่นใต้ตายุบตัวไปทั้งแผ่น เนื้อแก้ม
ตรงจุดตัดระหว่าง ปลายจมูกกับหางตา เลยป่องออก
ทำให้หน้าไม่เป็นรูปตัว V ตามที่ผมอธิบายเรื่องหมอนไป
แล้วครับ

เวลาแก้ผมจะมองเบื้องต้นตามนี้แหละครับ
ดังนั้นจากนี้พอเข้าใจสิ่งที่ผมพูด เข้าใจกลไกความแก่
แล้ว จะเลือกใช้ เลือกทำอะไรก็ตามแต่ครับ

ตอบตัวเองดีๆว่ามันช่วยได้จริงๆ
หรือจากจิตใจช่วยมโน จากแรงขาย โฆษณา brand
ถ้ามันได้ผล มันต้องได้ผลแบบชัดเจนมากๆๆ
ไม่ใช่เสียเงินไปแสนนึง ต้องมานั่งยิ้มหลอกตัวเองใน
กระจกว่า “มันน่าจะได้ผลแหละ ชั้นว่ามัน
เปลี่ยนแปลงหน่อยๆนะ”

ยอมรับว่าเสียค่าโง่ ไม่น่ากลัวเท่ายอมให้เค้าหลอก
ต่อไป เพื่อให้ตัวเองดูฉลาดหรอกครับ

ว่าแล้วไปใช้เครื่องนวดหน้าจากเกาหลี พ่นน้ำแร่
กระชับผิวหน้า ทาครีมกระปุกละหมื่นต่อดีกว่า
อ้อ ทาอสุจิปลา ฉีดมาเดะ ฉีด stem cell ด้วยครับ 😉

อ้อ ส่วนถ้าหน้าอ้วนจริงเพราะอ้วน ก็ตั้งใจ
ลดความอ้วนนะครับ

เพิ่มเติมดูที่คลิปนี้
http://m.youtube.com/watch?v=fknRRHDn7r8