ปัญหากลิ่นอับชื้น เสื้อผ้าเหม็นอับ(Musty odor)

ซักผ้าหน้าฝนเรื่องกลุ้มใจของสาวๆและแม่บ้านพ่อบ้านทั้งหลาย ช่วงนี้มีฝนฟ้าคะนองบ่อยนะครับ จำเป็นต้องตากผ้าตอนฝนตก  หรือ ตากผ้าในห้องซึ่งเหล่าบรรดาแม่บ้านทั้งหลายก็คงจะต้องเจอปัญหากลิ่นอับชื้น เสื้อผ้าเหม็นอับ(Musty odor) ของเสื้อผ้าที่ตากค้างคืนกว่าจะแห้งเป็นแน่แท้ ซึ่งจัดว่าเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์กันมากๆเลยทีเดียว

clothes-line01

จนอาจจะมีคนรอบข้างทักได้ว่า “แหม่ะ วันนี้แต่งตัวเปรี้ยวเชียวนะ” (หาใช่สไตล์ไม่ แต่หากเป็นกลิ่น ><)

ปกติกลิ่นอับชื้นพวกนี้มักจะเกิดจากกลิ่นของสารอินทรีย์ระเหยที่เกิดจากชีวสังเคราะห์ของจุลินทรีย์หรือ MVOCs (Microbial volatile organic compounds) นะครับ

ซึ่งปกติสารประกอบกลุ่มนี้นั้นมีองค์ประกอบที่มีมากถึง 200 กว่าชนิดทีเดียว มักจะเป็นสารประกอบ Aromatic ที่สามารถเตะจมูกได้ดีทีเดียว

แต่สารที่มีกลิ่นอับชื้นที่แรงและสำคัญที่สุดนั่นก็คือ สาร 2,4,6-tribromoanisole (TBA) สารตัวนี้สามารถส่งกลิ่นให้จมูกเรารับรู้ได้ด้วยเพียงแค่ความเข้มข้น 30 ส่วนใน 1,000,000,000,000,000 ส่วน (หนึ่งพันล้านล้าน) เลยทีเดียว

สารตัวนี้เกิดจากปฏิกิริยา Biomethylation ของ 2,4,6-tribromophenol (TBP) โดยเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งเค้าว่ากันว่าเชื้อจุลินทรีย์จะสังเคราะห์สารตัวนี้เพื่อป้องกันตนเอง >< แหม่ะ! เล่นของเหม็นโฉ่รุนแรงเชียวนะ

ดังนั้นวิธีที่ป้องกันกลิ่นอับชื้นที่ดีที่สุด นั่นก็คือ การกำจัดที่ต้นเหตุอย่างเชื้อจุลินทรีย์นั่นเอง ซึ่งสิ่งที่ควรทำนั่นก็คือ

1.) ซักผ้าด้วยเครื่องให้สะอาด ต้องทำการฆ่าเชื้อโรคในเครื่องซักผ้าเราก่อน ซึ่งวิธีที่แอดจะแนะนำก็คือ ใช้ไฮเตอร์ขวดย่อมๆเทลงไปละลายน้ำครึ่งถังเครื่องซักผ้าหมดขวดนั่นแหละ แล้วตามด้วยน้ำส้มสายชูอีกหนึ่งขวดใหญ่ เพื่อให้เกิดแก๊สคลอรีนที่สามารถฆ่าเชื้อในเครื่องซักผ้าได้ชะงัดนัก แต่ว่าต้องรีบปิดฝาเครื่องซักผ้านะครับ มิฉะนั้นแก๊สคลอรีนจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองทั้งทางการหายใจและดวงตาเราได้แล้วก็กดปุ่มซักไปหนึ่งรอบเริ่มต้นหน้าฝนอันแสนชุ่มฉ่ำ

 

2.) อย่าใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้ามากจนเกินไป เพราะว่าในผงซักฟอกทั่วไปนั้น ยกเว้นเปา.เอ็ม วอชนั้นมีสารประกอบฟอสเฟตอยู่ ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เชื้อจุลินทรีย์ต่างๆใช้เป็นอาหารได้เป็นอย่างดี หากว่าล้างออกไม่หมด ก็จะทำให้เกิดกลิ่นอับชื้นได้ง่ายหรือใช้ผงซักฟอกสูตรป้องกันกลิ่นอับที่มีสูตรสารพัดนาโนที่สามารถฆ่าเชื้อโรคก็ได้นะครับ

 

3.) ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือ ถ้าไม่ชอบความนุ่มเละของผ้า ก็สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเดตตอลใส่ในน้ำสุดท้ายได้ โดยที่น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นสามารถทำให้ผ้าสะท้อนน้ำได้มากขึ้น และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสามารถฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดกลิ่นได้หรืออาจจะใช้ทั้งสองอย่างเลยก็ได้ เพื่อความสบายใจของผู้สวมใส่น่ะครับ

 

4.) ถ้าคุณพลาดแล้ว เสื้อคุณมีกลิ่นอับแล้ว ควรที่จะซักผ้าด้วยด่างที่แรงๆอย่างโซดาแอช (Soda ash) หรือถ้าเจ้าโซดาแอชหาซื้อยากจริงๆ ก็สามารถใช้เบคกิ้งโซดาใส่ลงไปตอนซักเพิ่มขึ้นด้วย แต่อาจจะให้ผลดีไม่เท่ากับการใช้โซดาแอชนะครับ เนื่องจากสาร TBP นั้นจะละลายได้ดีในสภาวะที่เป็นด่างค่อนข้างแรงได้ ทำให้มันละลายหลุดออกไปได้ง่าย หรือใช้ผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้า เปาเอ็มวอชลิควิดก็ช่วยให้ผ้าหายเหม็นได้ยาวนาน

 

5.) แดด ลม และเครื่องอบ ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญอยู่ในการป้องกันทำให้ผ้าไร้กลิ่นอับ ถ้าเป็นไปได้ก็รีบตากให้แห้งซะก่อนที่จะผ้านั้นเกิดกลิ่นอับอ่ะครับ

 

ยังไงก็แล้วแต่หากขาด แดด ลม และเครื่องอบ ก็ควรที่จะต้องปฏิบิติตามกฏ 4 ข้อแรกอย่างรัดกุมนะครับ คราวนี้คุณก็จะไร้ความกังวลเกี่ยวกับกลิ่นอับของผ้าที่จะทำให้เพื่อนสนิทมิตรสหายคุณตราหน้าคุณได้ว่า #ไอ้นี่แต่งตัวเปรี้ยวเว้ย!!

เครดิต http://www.facebook.com/textile.phys.and.chem

5 น้ำยาซักผ้าที่ใช้ดีจริง ขจัดคราบสกปรกเกลี้ยง

ภาพจาก paowinwash

  1. เปาวินวอช

          น้ำยาซักผ้า เปา วินวอช สูตร Stain Fighter Triple Active ช่วยขจัดคราบหนัก คราบสกปรก ขจัดคราบเหลือง คอเสื้อ การขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้าทั่วไปและ วิธีซักผ้าขาวแบบง่ายๆ คราบเหนียวหนึบ ซักได้ทั้งผ้าขาวและผ้าสี ช่วยลดกลิ่นอับได้แม้ตากในร่ม แบบถุงขนาด 3,000 กรัม ราคา 210 บาทขนาด 2,000 กรัม ราคา 119 บาท และขนาด 900 กรัม ราคา 59 บาท

  1. เปาซิลเวอร์ นาโน

ภาพจาก paosilvernano


          ผงซักฟอกเปาซิลเวอร์ นาโน สูตรเข้มข้น ช่วยลดกลิ่นอับด้วยซิลเวอร์ นาโน ช่วยฆ่าเชื้อ มีให้เลือกทั้งแบบซักเครื่องฝาหน้าและซักมือ วิธีซักผ้าให้หอมแบบง่ายสุด ตากผ้าหน้าฝนก็หายห่วง แบบถุงขนาด 2,700 กรัม ราคา 223 บาท ขนาด 1,800 กรัม ราคา 168 บาท และขนาด 900 กรัม ราคา 75 บาท

  1. เปา เอ็ม.วอช

                                                   

ภาพจากpaomwash

         น้ำยาซักผ้า เปาเอ็มวอชลิควิด และผงซักฟอกเปา เอ็ม.วอช เพิ่มพลังในการขจัด สลายคราบฝังลึกซักผ้าด้วยเครื่องให้สะอาด และไม่ย้อนกลับติดเสื้อผ้าอีก ล้างออกง่าย ผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้า ซักได้ทั้งเครื่องฝาบนและเครื่องฝาหน้า แบบถุงขนาด 3,000 กรัม ราคา 173 บาท และขนาด 1,000 กรัม ราคา 55 บาท ติดตามเคล็ดลับ วิธีการอนุรักษ์น้ำ ได้ที่นี้ http://bit.ly/29UaEFg

 

Image result for แอทแทค ทรีดี คลีน แอ็คชั่น

ภาพจาก kao 

  1. แอทแทค ทรีดี คลีน แอ็คชั่น 
    ผงซักฟอก แอทแทค ทรีดี คลีน แอ็คชั่น ใช้ได้ทั้งซักมือและเครื่องซักผ้า มีเทคโนโลยี ทรีดี คลีน แอ็คชั่น ช่วยกำจัดคราบหนักได้ดี พร้อมเทคโนโลยีแบคทีเรีย คอนโทรลเลอร์ ช่วยยับยั้งแบคทีเรียในระหว่างวันเพื่อลดกลิ่นเหม็นบนเสื้อผ้า แบบถุงขนาด 2,700 กรัม ราคา 215 บาท ขนาด 1,900 กรัม ราคา 166 บาท และขนาด 900 กรัม ราคา 87 บาท

Image result for เอสเซ้นซ์ ดีเทอร์เจนท์ สีชมพู

ภาพจาก essence 

  1. เอสเซ้นซ์ พาวเดอร์ ดีเทอร์เจนท์ สีชมพู
    ผงซักฟอก เอสเซ้นซ์ พาวเดอร์ ดีเทอร์เจนท์ สูตรละลายน้ำง่าย ที่เน้นให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมไปพร้อม ๆ กับการกำจัดคราบสิ่งสกปรกด้วยอนุภาพสาร CMC ที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกย้อนกลับสู่เนื้อผ้าได้อีก ไม่ทำให้ผ้าหมอง แถมยังมีกลิ่นน้ำหอมดอกไม้ที่ช่วยขจัดกลิ่นอับอีกด้วย ซักได้ทั้งมือและเครื่องซักผ้า แบบถุงขนาด 1,900 กรัม ราคา 139 บาท และขนาด 1,200 กรัม ราคา 87 บาท

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พอจะมีผงซักฟอกยี่ห้อไหนสูตรใดที่ตรงใจคุณบ้างไหม เอาเป็นว่าถ้ากำลังมองผงซักฟอกที่ช่วยขจัดคราบและทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อย่าลืมนำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณากันก่อนซื้อผงซักฟอกนะคะ 

ชุดชั้นในใส่แล้วคัน อันตรายใกล้ตัวคุณผู้หญิง

ชุดชั้นในใส่แล้วคัน อันตรายใกล้ตัวคุณผู้หญิง

เริ่มต้นการซักผ้าด้วยเครื่องให้สะอาดด้วยการแยกชุดชั้นในออกจากชุดชั้นนอก ซักด้วยน้ำยาซักผ้า หรือผงซักฟอกละลายในน้ำธรรมดา ไม่ควรใช้สารฟอกขาว อาทิ ผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้า อาจแรงไปสำหรับชุดชั้นใน ห้ามใช้โดยเด็ดขาด ซักแต่เบามืออย่าใช้แรงขยำขยี้ ใช้แปรงขนนุ่ม ๆ ถูเบาๆ บริเวณที่มีคราบสกปรก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง ถึงจะไม่เป็นวิธีการอนุรักษ์น้ำ แต่ก็เพื่อสุขอนามัยของเรานะคะ เน้นสะอาดไว้ก่อนดีกว่า

จากนั้น นำชุดชั้นในไปตากในที่ร่ม มีลมโกรก อย่าตากชุดชั้นในให้โดนแสงแดดโดยตรง เพราะจะทำให้เนื้อผ้าและสีเสื่อมสภาพเร็ว เนื่องจากบริเวณจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงจะมีความชื้นอยู่ ยิ่งในช่วงหน้าร้อน อากาศชื้นมาก เหงื่อออกทำให้เกิดการหมักหมม สร้างปัญหาให้กับบริเวณจุดซ่อนเร้นได้ โดยอาการที่พบบ่อย คือเชื้อราบริเวณช่องคลอดและปากช่องคลอด จะมีอาการตกขาวแสบร้อน คัน ทำให้ระคายเคืองบริเวณปากช่องคลอด และทำให้ติดเชื้อในที่สุด…แต่ถ้าใส่ใจเรื่องชุดชั้นในซักนิดก็หมดปัญหาเรื่องดังกล่าว…

นอกจากนี้ ควรเลือกใส่ผ้าคอตตอนจะช่วยระบายอากาศได้ดี หมั่นทำความสะอาดในจุดซ่อนเร้นด้วยน้ำสะอาด และสบู่อย่างอ่อน หรือใช้สบู่เหลวอนามัย จะช่วยบรรเทาเรื่องกลิ่นได้ หลังจากอาบน้ำแล้วให้ซับเบา ๆ ด้วยผ้าเช็ดตัวที่นุ่ม แห้งและสะอาด เพราะถ้าถูกรุนแรงจะทำให้ผิวหนังบริเวณนี้ถลอกและติดเชื้อได้ง่าย

ซักผ้าด้วยเครื่องให้สะอาด
 การใช้ชุดชั้นในที่เป็นผ้าฝ้ายที่มีเนื้อผ้าบางเบา จะช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นการลดความอับชื้น ในขณะที่ผ้าไนลอนจะอับลม ทำให้อับชื้นและติดเชื้อราง่ายขึ้น อีกทั้งอย่าใส่เสื้อผ้ารัดรูปมาก ๆ เพราะจะทำให้อึดอัด อากาศระบายได้ไม่ดี กลายเป็นที่สะสมของเชื้อโรคได้ และเวลานอนไม่ควรใส่กางเกงใน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้น้องน้อยได้ผึ่งลม ป้องกันการอับชื้น และกลิ่นที่ไม่สะอาด

หากคุณสาว ๆ คนใดใส่สเตย์ เพื่อรักษารูปร่างตลอดเวลา แล้วกลัวความไม่สะอาด เลยใช้น้ำยาอนามัยสวนล้างเข้าไปภายใน จะยิ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียชนิดดีที่มีอยู่ในช่องคลอดโดนทำลาย และทำให้เชื้อโรคภายในช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูกได้ง่าย และอาจติดเชื้อลุกลาม จนทำให้ปีกมดลูกอักเสบได้ในที่สุด

ส่วนการประแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้นนั้น หลายคนเข้าใจว่าการประแป้งฝุ่นจะช่วยลดการอับชื้น แต่ความจริงแล้วไม่เลย เพราะเหงื่อที่ออกมาเมื่อปนกับแป้งแล้วจะจับตัวเป็นกระจุกแถวขนอ่อนทำให้ติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น อีกทั้งแป้งที่ทาอาจถูกดูดเข้าไปในโพรงมดลูกแล้วเข้าไปสู่ท่อนำไข่แ ละหล่นไปอยู่ในรังไข่ทำให้โอกาสเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ยังไง ๆ ก็อย่ามองข้ามเรื่องใกล้ตัวของเราไปนะคะ หันมาใส่ใจตัวเองให้มากกว่าเดิมจะดีกว่าค่ะ

เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้อย่างไรให้ประหยัดพลังงานและเป็นวิธีการอนุรักษ์น้ำ

 

เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้อย่างไรให้ประหยัดพลังงานและเป็นวิธีการอนุรักษ์น้ำ

เครื่องซักผ้า

เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการซักผ้าให้แห้ง ง่ายและรวดเร็วขึ้น ลักษณะการทำงานของเครื่องธรรมดาทั่วไป คือเปิดวาล์วน้ำให้เข้าเครื่อง นำเสื้อผ้าลงแช่ ใช้เปาเอ็มวอชลิควิดป้ายคราบสกปรกก่อนนำไปซักทุกครั้ง ใส่น้ำยาซักผ้า หรือผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้ากรณีที่เป็นเครื่องฝาหน้า ฝาบนก็ใช้ตามปกติสูตรทั่วไป เปิดสวิทซ์ตั้งเวลาซักตามที่ต้องการให้เครื่องทำงาน ส่วนใหญ่จะใช้เวลาซักประมาณ 20 นาที เป็นอย่างมาก หลังจากนั้นผู้ซักสามารถนำผ้าไปตากได้เลย และการที่จะใช้เครื่องซักผ้าให้เกิดการประหยัดพลังงานและเป็นวิธีการอนุรักษ์น้ำไปในตัวควรปฏิบัติดังนี้

1.แช่ผ้าก่อนเข้าเครื่อง : กรณีซักผ้าแบบธรรมดา ควรแช่ผ้าก่อนนำเข้าเครื่องอย่างน้อย 30 นาที จะทำให้เครื่องซักผ้าทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

2.ซักผ้าตามพิกัดของเครื่อง : จะใช้เครื่องซักผ้าก็ต่อเมื่อมีเสื้อผ้ามากพอเหมาะกับพิกัดและขนาดของ เครื่อง อย่าเดินเครื่องโดยไม่จำเป็น เช่น ซักเสื้อผ้าเพียง 1 -2 ตัวเท่านั้น และอย่าใส่เสื้อผ้าอัดแน่นจนเกินกำลังของเครื่อง

3.ตากผ้ากับแสงอาทิตย์ดีกว่า : ไม่ควรซื้อเครื่องซักผ้าแบบที่มีเครื่องอบแห้งด้วยไฟฟ้า ควรใช้ราวแขวนผ้าตากให้แห้ง เครื่องอบผ้าใช้พลังงานสิ้นเปลืองมาก

หม้อหุงข้าวไฟฟ้า
1.เลือกขนาดหม้อหุงข้าวให้เหมาะสมกับขนาดครอบครัว ถ้าจำนวนสมาชิก 1-2 คนใช้ขนาด 0.3-1 ลิตร ถ้าจำนวนสมาชิก3-6 คนใช้ขนาด 1-1.5 ลิตร ถ้าจำนวนสมาชิก 5-8 คนใช้ขนาด 1.6-2 ลิตร
2.ควรหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนผู้รับประทาน
3.ควรถอดปลั๊กออกเมื่อข้าวสุกแล้ว
4.อย่าทำให้ก้นหม้อตัวในเกิดรอยบุบ จะทำให้ข้าวสุกช้า
5.หมั่นตรวจบริเวณแท่นความร้อนในหม้อ อย่าให้เม็ดข้าวเกาะติด จะทำให้ข่าวสุกช้าและเปลืองไฟ
เตารีดไฟฟ้า
เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อน ซึ่งในการรีดแต่ละครั้งจะกินไฟมาก ดังนั้นจึงควรรู้จักวิธีใช้อย่างประหยัดและปลอดภัย และการที่จะใช้เตารีดไฟฟ้าให้เกิดการประหยัดพลังงานควรปฏิบัติดังนี้
1.ตั้งปุ่มปรับความร้อนให้เหมาะสมกับชนิดของผ้า
2.ไม่ควรพรมน้ำจนแฉะเวลารีดผ้า เพราะต้องใช้ความร้อนในการรีดมากขึ้น เสียพลังงาน มากขึ้น เสียค่าไฟเพิ่มขึ้น
3.ควรรีดผ้าคราวละมากๆ ติดต่อกันจนเสร็จ
4.ควรเริ่มรีดผ้าบาง ๆ ก่อน ขณะเตารีดยังไม่ร้อน
5.ดึงปลั๊กออกก่อนการรีดเสื้อผ้าเสร็จ ประมาณ 2-3 นาที แล้วรีดต่อไปจนเสร็จ
6.ควรซักและตากผ้าโดยไม่ต้องบิด จะทำให้รีดง่ายขึ้น
7.ลด ละ เลี่ยง การใส่เสื้อสูท เพราะไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อน สิ้นเปลืองการตัด ซัก รีด และความจำเป็นในการเปิดเครื่องปรับอากาศ

 

กระติกน้ำร้อนหรือกาต้มน้ำไฟฟ้า
    เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ประโยชน์ในการต้มน้ำให้ร้อนเพื่อใช้ดื่ม และจัดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าสูงตัวหนึ่งเช่นเดียวกับ เตารีดไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการทำงานเดียวกันคือ ให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความร้อนที่อยู่ภายในอุปกรณ์ แล้วนำความร้อนนั้นไปใช้ประโยชน์
1.ควรเลือกซื้อรุ่นที่มีฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพ
2.ใส่น้ำให้พอเหมาะกับความต้องการหรือไม่สูงกว่าระดับที่กำหนดไว้ เพราะนอกจากจะไม่ประหยัดพลังงานแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระติกอีกด้วย
3.ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้น้ำร้อนแล้ว เพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงาน ไม่ควรเสียบปลั๊กตลอดเวลาถ้าไม่ต้องการใช้น้ำแล้ว แต่ถ้าหากมีความต้องการใช้น้ำร้อนเป็นระยะๆ ติดต่อกัน เช่น ในสถานที่ทำงานบางแห่งที่มีน้ำร้อนไว้สำหรับเตรียมเครื่องดื่มต้อนรับแขก ไม่ควรดึงปลั๊กออกบ่อยๆ เพราะทุกครั้งเมื่อดึงปลั๊กออกอุณหภูมิของน้ำจะค่อยๆ ลดลง กระติกน้ำร้อนไม่สามารถเก็บความร้อนได้นาน เมื่อจะใช้งานใหม่ก็ต้องเสียบปลั๊กและเริ่มทำการต้มน้ำใหม่ เป็นการสิ้นเปลืองพลังงาน
4.ไม่ควรเสียบปลั๊กตลอดเวลา ถ้าไม่ต้องการใช้น้ำร้อนแล้ว
5.อย่านำสิ่งใดๆ มาปิดกั้นช่องไอน้ำออก
6.ไม่ควรตั้งไว้ในห้องที่มีการปรับอากาศ

เพียงประหยัดไฟฟ้าจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ถูกหลักแล้ว ก็สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าที่คุณคิด.

สอนคุณพ่อบ้านซักผ้า งานบ้านที่ไม่หมู

เริ่มต้นการซักผ้า ถ้าไม่อยากเสียเวลามาคัดแยกผ้าก่อนจะนำลงเครื่องซักผ้าทุกครั้ง แนะนำให้แยกผ้าตั้งแต่ถอดไปเลย ผ้าสีเข้ม ผ้าขาว ผ้าเนื้อหนา เนื้อบาง และชุดชั้นในควรแยกเป็นตะกร้าให้ชัดเจน คราวนี้ก็จับใส่ถังลงซักได้เร็วและสะดวกขึ้นแล้ว  เรามักจะเจอปัญหาถุงเท้ายาน ใช้ได้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่ซื้อมาเท่าไร แต่ต่อไปนี้ให้คุณแก้ปัญหาด้วยการใส่ถุงเท้าที่จะนำไปซักลงในถุงซักผ้า เพื่อเป็นการถนอมยางยืดในถุงเท้าให้ใช้ได้นานขึ้น จากนั้น นำผ้าที่จะซักไปใส่เครื่อง ใส่ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าแบบน้ำ จะเป็นสูตรสำหรับเครื่องฝาบนหรือเครื่องฝาหน้าก็ได้คะ แล้วก็ตั้งปั่นแบบถนอมผ้าเพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ ส่วนวิธีการขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้านั้น ให้ใช้น้ำยาซักผ้าที่คุณใช้ซักผ้าแต้มหรือทาลงไปบนคราบทิ้งไว้ทันทีที่เสื้อผ้าชุดนั้นคุณได้ถอดออกใส่ตะกร้า แล้วค่อยนำไปรวมซักอีกที คราบสกปรกบนเสื้อผ้าก็จะหายเกลี้ยงจนคุณแปลกใจ

วิธีซักผ้าขาว ชุดนักเรียนที่ทำกันประจำและได้ผลจริงคือใช้เบคกิ้งโซดาสำหรับผ้าเนื้อบางที่ไม่เหมาะจะใช้น้ำส้มสายชูช่วยเพิ่มความขาวกระจ่างใส ก็เปลี่ยนมาใช้เบกกิ้งโซดาแทนก็ได้ โดยทุกครั้งที่ซักผ้าขาว ให้เติมเบกกิ้งโซดาผสมลงไปกับผงซักฟอกสัก ½ ถ้วยตวง แค่นี้ผ้าขาวก็จะดูขาวสะอาดหมดจดยิ่งกว่าที่เคยแล้ว

สำหรับคำถามที่ถามกันส่วนใหญ่ว่า เครื่องซักผ้าฝาหน้าหรือฝาบนดี จากประสบการณ์ที่เคยใช้ทั้ง2แบบ ขอตอบว่า

ฝาหน้า ซักได้สะอาดหมดจดกว่า และelasticไม่ยึด ผ้าไม่ย้วย ประหยัดน้ำ ยิ่งถ้าใช้ผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้า ด้วย จะยิ่งดี ช่วยถนอมเครื่องซักผ้าให้ไม่เป็นสนิมไวเกินไป
ฝาบน ตะขอกางเกง หรือกระโปรง มักจะเกี่ยวเอาสาบหรือชายผ้า ด้ายที่สอยขาดกระจุยและเมื่อใช้ไปนานๆจะมีคราบผงซักผ้าติดผ้า(ล้างออกไม่หมด)  หลังซักเสร็จผ้าจะบิดเป็นเกลียวแน่น ติดกันเป็นกระจุก ทำให้เสื้อยืดหรือ elastic ยืดยานเสื่อมสภาพเร็ว ไม่คงทน

ผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้าคราบสกปรก

few_1645_resize_resize-420x279

ผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้า ช่วยถนอมเครื่องซักผ้า

12993502_840262849412268_5044942144691562640_n

เชื่อว่าหลายบ้านใช้เครื่องซักผ้าในการซักผ้า แต่ก็ยังมีบางบ้านที่นั่งซักผ้าเช่นเดียวกัน งั้นเรามาดูกันค่ะว่า ต้องนั่งซักผ้ายังไงให้ถูกวิธี จะได้ไม่เมื่อยกันเนอะ…
– นั่งซักบนเก้าอีเตี้ย ๆ – นังเหยียดเข่าสองข้าง
– ใช้พาเลทพลาสติกหนุนกะละมังซักผ้า
ที่สำคัญ อย่าลืมให้ เปาเอ็มวอชลิควิดเป็นผู้ช่วยในการซักผ้ากันด้วยนะคะ แช่ผ้าด้วยน้ำยาซักผ้าหรือป้ายน้ำยาซักผ้าไว้บนคราบทิ้งไว้สักครู่ก่อนซัก เพียงเท่านี้เราก็จะซักผ้าให้สะอาด และไม่เมื่อยแล้วละค่ะส่วนในกรณีใช้เครื่องซักผ้าไม่ว่าจะเป็นเครื่องฝาหน้าหรือเครื่องฝาบน ก็เลือกใช้ผงซักฟอกที่เหมาะกับเครื่องซักผ้าจะช่วยถนอมเครื่องซักผ้าให้อยู่กะเราไปนานๆไม่พังก่อนเวลาอันควร เช่นถ้าเครื่องซักผ้าฝาหน้าก็ควรใช้ น้ำยาซักผ้าหรือ  ผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้าเพราะฟองจะน้อยกว่าเครื่องซักผ้าฝาบน ล้างน้ำน้อยกว่า ผ้าสะอาดแถมไม่เป็นคราบผงซักฟอกและยังเป็นวิธีการอนุรักษ์น้ำอีกวิธี ช่วยลดโลกร้อน ในยุคที่น้ำแพงน้ำแห้งใช้อย่างประหยัดและใช้ให้คุ้มค่าทุกหยดนะคะ

น้ำยาซักผ้าลดโลกร้อนและน้ำเน่าเสีย

เรื่องรักโลก รักษ์สิ่งแวดล้อมในวันนี้ ไม่ใช่เป็นแค่เทรนด์ฮิตติดกระแส หรือคำเก๋ๆติดปากกันอีกแล้ว เพราะในวันที่สิ่งแวดล้อมกำลังถูกทำลายมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าเราจะทำอะไรอาจต้องนึกถึงผลดีผลเสียกันหน่อย ว่าม๊ะ? ยิ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ยิ่งต้องมีหัวใจรักโลกกันให้มากๆ …เชื่อไม๊?ว่าแค่เรื่องของการซักผ้านั้นก็มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน เพราะสารเคมีบางประเภทที่ตกค้างอยู่ในผลิตภัณฑ์สำหรับซักผ้า น้ำยาซักผ้ามีส่วนทำให้น้ำเสียได้ แต่โชคดีที่วันนี้เราสามารถหยุดทำร้ายโลกได้ด้วยวิธีง่ายๆ ด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการซักผ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยิ่งถ้าผลิตภัณฑ์นั้นมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบได้ดี โดยไม่ทำลายเนื้อผ้า ก็จะยิ่งช่วยให้ประหยัดแรง ประหยัดพลังงาน แถมยังมีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ได้นานๆอีกด้วย

Photo004

ทีนี้เรามาดูวิธีซักผ้าแบบ รักผ้า รักน้ำ และรักโลกกันดีกว่า เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เราอาจมองข้าม แต่เมื่อทำได้ คุณก็จะได้ชื่นว่าเป็นผู้นำเทรนด์รักโลกและรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวจริงเชียวแหละ

• ซักผ้าด้วยการแยกผ้าสีและผ้าขาวออกจากกัน เพื่อป้องกันสีตก โดยน้ำสุดท้ายของการซักผ้าขาวนั้น สามารถใส่ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเพื่อซักผ้าสีได้ และน้ำสุดท้ายของการซักผ้าสี ยังสามารถนำไปรดต้นไม้ได้อีกต่อหนึ่งด้วย

• แช่ผ้าไว้สัก 30 นาที ก่อนทำการซัก ไม่ว่าจะซักด้วยมือหรือปั่นด้วยเครื่องซักผ้า จะทำให้ผ้าสะอาดเร็วขึ้น ช่วยให้ลดแรงและเวลาในการปั่นได้

Photo005

• สำรวจดูกระดุมและซิปของเสื้อผ้า ว่าอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยหรือไม่ แนะนำให้ติดกระดุมให้เรียบร้อย ส่วนซิปนั้นหากเปิดอยู่ควรรูดปิดให้สนิทเสียก่อน เพื่อป้องกันการเสียดสีและไปทำลายเนื้อผ้าชิ้นอื่นๆ ที่ซักรวมกันอยู่ในกะละมังหรือถังซัก

• ในการซักผ้า ปริมาณก็สำคัญ ไม่ควรซักผ้าเพียงครั้งละ 2-3 ชิ้น ไม่ว่าจะซักมือหรือซักเครื่อง เพราะจะสิ้นเปลืองน้ำและพลังงานในอัตราเดียวกันกับการซักผ้า 1 ตะกร้า

Photo006

• ที่สำคัญที่สุด ควรเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการทำความสะอาดผ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เปา.เอ็ม.วอช ลิควิด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ สำหรับซักเครื่อง มีพลังเข้มข้น 2 เท่า ด้วย Hi Detergency สลายคราบหนักขจัดยากได้ดีเยี่ยม และNatural Enzyme ที่สามารถแทรกซึมทำความสะอาดได้ลึกสุดอณูใยผ้า ที่สำคัญคือผลิตด้วยนวัตกรรม กรีน เทคโนโลยี ใช้สารสกัดจากปาล์มธรรมชาติ ย่อยสลายได้ง่าย ช่วยให้ทำความสะอาดผ้าได้หมดจด อ่อนโยนต่อเนื้อผ้า รักษาอายุเครื่องฯ และเป็น วิธีการอนุรักษ์น้ำ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

Photo001

• เมื่อซักผ้าเสร็จ หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรอบผ้าด้วยเครื่อง เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเป็นอย่างมาก และที่น่าตกใจคือ จะทำให้ผ้าสีซีดเร็วขึ้น เนื้อผ้าเสียหายง่ายขึ้นด้วย

Photo003

• และในขั้นตอนของการตากผ้า ควรทำการสะบัดให้ผ้าคลายตัวก่อนตากทุกครั้ง จะช่วยให้ผ้ายับน้อยลง ส่งผลดีต่อการรีดผ้าโดยจะช่วยร่นเวลาและลดพลังงานในการรีดได้มากขึ้น CR. Website : www.paomwash.com